เทคโนโลยี RFID ในสุกร
รศ.น.สพ. วิวัฒน์ ชวนะนิกุล
ภาควิชาสัตวบาล คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
RFID คืออะไร
RFID ย่อมาจาก Radio Frequency Identification เป็นระบบการบ่งชี้เบอร์ประจําตัวสัตว์(Animal ID) หรือรหัสสิ่งของ (Object code) ด้วยคลื่นความถี่วิทยุ โดยในสัตว์แสดงเป็นตัวเลขจํานวน 15 หลัก บนเครื่องอ่าน (Microchip Reader) เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้แทนระบบบาร์โค้ด
คลื่นความถี่ที่ใช้โดยทั่วไปใช้คลื่นความถี่ต่ำ 125 -138 kHz ซึ่งสามารถทะลุทะลวงเนื้อเยื่อของร่างกายที่ประกอบด้วยของเหลวเป็นส่วนใหญ่
จุดเด่นของ RFID อยู่ที่การอ่านข้อมูลได้แบบ “ไร้สาย ไร้แสง และไร้สัมผัส” และสามารถอ่านค่าได้แม้ในสภาพที่ ทัศนวิสัยไม่ดี ทนต่อความเปียกชื้น แรงสั่นสะเทือน การกระทบกระแทก สามารถอ่านข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง โดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในไมโครชิป ซึ่งการใช้ในสัตว์มีรูปแบบต่างๆ กัน เช่น รูปแบบ glass tag (ที่ฝังใต้ผิวหนัง สําหรับสุนัข แมว กระต่าย) หรือ Bolus (ก่อนกระเบื้องเคลือบใสในกระเพาะรูเมน สําหรับโค กระบือ แพะ แกะ) หรือ Ear-tag (แผ่นเบอร์ติดหู สําหรับสุกร) หรือ Ring (ห่วงคล้องขา สําหรับสัตว์ปีก) เป็นต้น
ส่วนประกอบของระบบ RFID ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ
1. แท็กไมโครชิป (Microchip tag) หรือทรานสปอนเดอร์ (Transponder) ซึ่งมีหลายรูปแบบ ดังกล่าวแล้ว ในสุกรใช้แบบเป็นแท็กติดใบหู (Electronic ear tag – passive microchip) มีขนาดเล็กเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 มม. น้ำหนัก 7.5 กรัม ทําด้วยวัสดุโพลียูรีเทน มีหน่วยความจําประมาณ 16-1024 ไบต์ ราคาต่อหน่วยต่ำ (ดังแสดงในรูป) อาจมีแผ่นพลาสติกเขียนเบอร์ ให้เห็นด้วยตา หรือไม่มีก็ได้
การใช้ Ear-tag ติดใบหูนสุกร ถูกต้องตามคอนเซ็ปของการใช้ Animal ID ในสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารมนุษย์ โดยติดตั้งนอกตัวสัตว์จะได้ไมเป็นสิ่งแปลกปลอมอยู่ในเนื้อเยื่อของสัตว์ที่บริโภค เนื่องจากประเทศไทยบริโภคแคบหมูซึ่งทํามาจากหนังหมู
2. เครื่องอ่าน (Reader / interrogator) ทําหน้าที่ส่งคลื่นความถี่วิทยุไปยังตัวแท็กที่ติดที่ใบหู เพื่ออ่านตัวเลขในไมโครชิปนั้น เครื่องอ่านมีได้ 2 แบบ คือ แบบพกพา ( handheld / portable) และแบบติดตั้งอยู่กับที่ ( stand-alone ) ซึ่งอาจอ่านได้อย่างเดียว (Read only) หรือทั้งอ่านและเขียน (Read and write) เปลี่ยนแปลงข้อมูลในไมโครชิปก็ได้
ประเภทของเครื่องอ่าน (แบ่งตามความสามารถในการอ่านข้อมูล)
1. RFID read-only readers เครื่องอ่านสามารถอ่านได้เพียงอย่างเดียว
2. RFID read-write readers ( encoders ) เป็นเครื่องอ่านที่สามารถอ่าน เขียน เปลี่ยนแปลงข้อมูลในไมโครชิปได้
3. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (software) ที่จะเชื่อมต่อกับไมโครชิปและเครื่องอ่าน เพื่อนําไปใช้ในงานต่างๆ โปรแกรม
คอมพิวเตอร์นี้นับเป็นส่วนสําคัญที่สุด ที่จะทําให้ระบบ RFID สามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า และอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่นํามาใช้ร่วมกับไมโครชิป ได้แก่
- โปรแกรมการจัดการฟาร์มสุกรพ่อแม่พันธุ์
- โปรแกรมการจัดการฟาร์มสุกรขุน
- โปรแกรมที่ใช้ในโรงฆ่าและการตัดแต่งชิ้นส่วนซาก
- โปรแกรมที่ใช้ในสถานที่จําหน่ายเนื้อสัตว์
- โปรแกรมควบคุมและตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหาร เป็นต้น
ประโยชน์จากการนําระบบ RFID มาใช้ในขบวนการเลี้ยงสุกรและการแปรรูปเป็นเนื้อเพื่อบริโภค
1. ใช้ในการสืบค้นแหล่งที่มา (traceability) เพื่อความปลอดภัยด้านอาหาร โดยมีข้อมูลตั้งแต่จากฟาร์ม- โรงฆ่าสัตว์-ร้านค้าจนถึงมือผู้บริโภค (from farm to table) และส่งข้อมูลที่ได้จากโรงฆ่าและตัดแต่งชิ้นส่วนกลับไปยังฟาร์มพ่อแม่พันธุ์แท้และฟาร์มสุกรขุน เพื่อปรับปรุงพันธุ์และการเลี้ยง
2. ใช้ในการจัดการกับตัวสัตว์ภายในฟาร์ม เพื่อความถูกต้องของข้อมูลประวัติประจําตัวสัตว์ โดยใช้ผ่านเครื่องมือขนาดเล็กที่ใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ เช่น PDA หรือ Microcomputer ถ่ายข้อมูลที่จําเป็นจากเครื่องคอมพิวเตอร์หลักแล้วนําเข้าไปใช้ตรวจสอบข้อมูล บันทึกข้อมูล และตัดสินใจกับแม่สุกรตัวนั้นๆ ในโรงเรือนสุกรเลย
3. ใช้ในระบบการให้อาหารอัตโนมัติ(Automatic feeding system) เป็นรายตัวในแม่สุกรตั้งท้องที่เลี้ยงรวมกันเป็นคอกใหญ่ ซึ่งสามารถกําหนดปริมาณอาหารที่ให้สุกรกินเป็นรายตัวได้
นอกจากนี้ ยังใช้ในป้องกันการแพร่กระจายโรคระบาด เช่น การระบุพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ หากพื้นที่นั้นมีโรคระบาดเกิดขึ้น ก็จะสามารถกักกันสัตว์เหล่านั้นไม่ให้ข้ามไปยังพื้นที่อื่น หรืออนุญาตให้สุกรที่ได้รับการตรวจรับรองแล้ว และติดแท็กแสดงเป็นรายตัว ให้ผ่านไปยังเขตอื่นได้